อเมริกาทุบโต๊ะเสียงดัง "ไหนลองพูดอีกทีซิ"

                "คุณนี่หูไม่ดีแล้วสินะครับ" รัสเซียยิ้มพลางตอบ "ผมบอกว่าขอตัวเยอรมันตะวันออกไป แล้วที่เหลือพวกคุณก็แบ่งกันเองก็แล้วกัน"

                "ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น! ที่เราตกลงกันไว้ตอนแรกไม่ใช่แบบนี้นี่ เราตกลงกันเรื่องสถาปนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศเหล่านั้นแล้วแท้ ๆ"

                "ผมก็กำลังสร้าง 'ระบอบประชาธิปไตยของประชาชน' อยู่นี่ไงครับ ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ทุกคนเท่าเทียมกัน ฟังดูวิเศษไปเลยใช่ไหมครับ" ชายหนุ่มผมสีอ่อนเอียงคอถามด้วยสีหน้ายิ้ม แต่อเมริกาไม่รู้สึกถึงอารมณ์ใด ๆ จากรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย

                "ถ้านายไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ผมก็จะไปล่ะ จะไปรับเยอรมนีคนพี่" อีวานพูดจบก็ออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะน่าขนลุกลอยมา

                เมื่อรัสเซียไปแล้ว อเมริกาทุบโต๊ะเสียงดังด้วยความเจ็บใจ เขาไม่อาจยับยั้งรัสเซียไว้ได้ หมอนั่นแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่อังกฤษกับฝรั่งเศสยังเหนื่อยจากสงครามจนไม่อาจมาช่วยคานอำนาจได้อีก ตอนนี้มีแต่เขาเท่านั้นที่จะต่อกรรัสเซียได้!

                ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือทั้งเขาทั้งรัสเซียต่างก็มีระเบิดเห็ดยักษ์กันทั้งคู่ ถ้าขืนต้องรบกันจริง ๆ นี่ต้องแย่แน่ ๆ

*             *             *

“คุณอีวานเอาตัวคุณกิลไปงั้นหรือครับ” ไทยกุมมือไว้ที่อกทันทีที่ได้ยินข่าว สีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาทันที “คุณลุดวิกต้องเสียใจมากแน่ ๆ”

                “ไทย จากนี้ไปรัสเซียจะยิ่งขยายลัทธิคอมมิวนิสต์ออกไป และยิ่งทำให้คนอื่น ๆ ต้องเสียใจแบบนี้อีกมาก” อเมริกาจ้องตาของไทยแน่วนิ่ง “ถ้าฉันต้องสู้กับความชั่วร้ายแบบนั้น นายจะอยู่ข้างฉันไหม”

                ไทยเงียบไตร่ตรองคำตอบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มตอบว่า “คุณอเมริกาช่วยเหลือผมมามากมายหลายอย่าง ถ้าผมช่วยอะไรได้ก็ยินดีครับ”

                “ไชโย!!” อเมริการ้องเสียงดังพลางชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจจนไทยตกใจ คาดไม่ถึงว่าคำตอบตกลงของเขาจะทำให้อเมริกาดีใจขนาดนี้

                แต่เพียงไม่นานนักไทยก็ได้รู้เหตุผลว่าทำไม

*             *             *

                ชายหนุ่มผมดำทำหน้าเหวอเมื่อเห็นกองทัพเครื่องบินของอเมริกานับร้อย ๆ ลำลงจอดที่บ้านของเขาพร้อมข้าวของมากมายประหนึ่งอเมริกาจะย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวร

                “ต่อไปนี้บ้านของนายจะเป็นฐานปฏิบัติการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในแถบเอเชียอาคเนย์นี้ ฝากตัวด้วยนะไทย”

                ไทยเอามือลูบท้ายทอยตนเองด้วยความหนักใจ แต่ก็คิดว่าคงต้องเลยตามเลย เขาไม่ได้ชอบการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามก็จริง แต่อเมริกาก็ช่วยเขามาเยอะแล้ว ถ้าได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนบ้างก็ควรทำ ที่สำคัญเขาก็ไม่ได้อยากเป็นคอมมิวนิสต์เสียด้วย

                แล้วอเมริกาก็หันไปแนะนำหญิงสาวหน้าตาน่ารักผมยาวในชุดสีชมพู ทัดดอกไม้ไว้ที่หู “อ้อ ขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่ไต้หวัน น้องสาวของจีน เธอกำลังหนีจากการเป็นคอมมิวนิสต์อยู่ ฉันเลยให้การสนับสนุนในฐานะประเทศเอกราช แล้วก็เลยพามาด้วยน่ะ”

 

                เย็นนั้นอเมริกาก็จัดงานเลี้ยงให้ทหารจีไอที่ยกพลกันมาอยู่บ้านไทย ปัญหาคือทุกคนเฮฮาปาร์ตี้กันเสียงดังและเมาในเวลาอันรวดเร็ว พอเมากันแล้วก็เริ่มถามหาผู้หญิงกันให้ควั่ก

                ไทยส่ายหัวปฏิเสธท่าเดียวว่าจู่ ๆ มาถามหาผู้หญิงแบบนี้จะไปหามาจากไหน

                “ไม่มีงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น ไต้หวัน!” อเมริกาเรียกไต้หวันพลางดีดนิ้ว “มานี่สิ จัดการแปลงโฉมไทยให้ที!”

“ได้เลยค่า!” หญิงสาวผมยาวทัดดอกไม้ที่หูโผล่มาจากข้างหลังทันทีด้วยท่าทางร่าเริงสุดขีด ก่อนตรงปรี่เข้าหาไทยด้วยความเร็วจนน่ากลัวแล้วดึงชายหนุ่มไปอีกห้องหนึ่งทันที

                “เฮ้! เดี๋ยวก่อน หมายความว่ายังไงครับเนี่ย” ชายหนุ่มผมดำงงเป็นไก่ตาแตกว่าตนเองตกกระไดพลอยโจนลงไปในสถานการณ์แบบไหนแน่

                คนของอเมริกาเห็นไทยถูกลากออกไปก็อดสะกิดตัวต้นเหตุไม่ได้ “ไม่แกล้งคุณไทยเขาเกินไปหน่อยหรือครับเนี่ย”

                “อะไรกัน นิดหน่อยน่า ไทยเขาใจกว้าง แค่นี้ไม่ถือโกรธหรอก” อเมริกายิ้มกริ่มแล้วคว้าแอลกอฮอลล์มาซดเพิ่มอีกแก้ว

                ทว่าเมื่อไต้หวันจูงมือหญิงสาวสุดสวยผมดำยาวแต่งหน้าเข้ม ในชุดราตรีเปิดไหล่เซ็กซี่สุดยอดออกมา ทุกคนก็อุทานด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่านี่คือไทยที่ถูกไต้หวันจับแปลงโฉม แม้แต่อเมริกาเองก็สำลักน้ำสีอำพันออกมาหมด

                “คุณอเมริกานี่ก็เล่นอะไรแผลง ๆ จริง ๆ เลย ให้ผมมาใส่ชุดน่าอายแบบนี้” ไทยก้มหน้าเอียงหลบ แก้มเป็นสีชมพูด้วยความอาย ทว่านั่นกลับยิ่งทำให้อเมริกาและทหารจีไอทุกคนหัวใจเต้นโครมครามกันไปหมด

ตอนนี้ชายหนุ่มผมทองเข้าใจแจ่มแจ้งไปถึงทรวงแล้วว่าทำไมเมื่อก่อนอังกฤษกับฝรั่งเศสถึงได้แย่งไทยกันขนาดนั้น นี่หมายความว่าเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ ถึงได้เข้าใจเรื่องนี้ได้  แต่ว่า!! ถ้าต้องเข้าใจเรื่องแบบนี้ ขอเป็นเด็กต่อไปอาจจะดีกว่าก็ได้!!

เพราะปัญหาสำคัญคือพอเขาเข้าใจแล้ว หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นถี่รัวไม่ยอมหยุดซะทีนี่สิ!!

“คุณอเมริกา ไม่สบายหรือเปล่าครับ” ไทยเอียงหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดูสีหน้าอัลเฟรด ไม่รู้เลยว่ายิ่งทำให้ชายหนุ่มตาสีฟ้ายิ่งหน้าแดงก่ำเพราะเลือดสูบฉีดแรงกว่าเดิมหลายเท่า

ชั่วขณะนั้นเขาก็พลันนึกถึงคำพูดที่อังกฤษเคยเยาะเย้ยได้ว่า “นายน่ะ ยังไม่รู้จักเสน่ห์ของไทยล่ะสิ”

แย่แน่ ๆ เขาต้องแย่แน่ ๆ

เพราะเขารู้ว่าเขาไม่อาจมองไทยแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้ว

*             *             *

                หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา คุณอเมริกาก็ทุ่มกำลังในสงครามเวียดนามเต็มที่ เพื่อไม่ให้เอเชียบูรพากลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปหมดตามทฤษฎีโดมิโน

แล้วคุณอเมริกาก็ทำสัญญากับไทยเป็นมั่นเหมาะด้วยว่า หากใครมารุกรานไทย อเมริกาจะมาช่วยทันที

เวลาประเทศไหนเกิดแบ่งแยกเป็นสองขั้ว ไทยในฐานะสมาชิกสหประชาชาติก็ต้องตามอเมริกาไปรบกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ร่วมกับชาติอื่น ๆ อีกหลายชาติทั้งที่บ้านของเกาหลีและบ้านของเวียดนาม

กรณีเกาหลีอย่างน้อยก็ช่วยเกาหลีใต้ได้ แต่กรณีเวียดนามที่ล้มเหลวดูจะทำให้คุณอเมริกาเสียความมั่นใจไปมากเลย ยิ่งมีทฤษฎีโดมิโนด้วยแล้ว ดูจะยิ่งทำให้คุณอเมริกาหวั่นใจมากว่าต่อไปผมก็คงไม่พ้นต้องเป็นคอมมิวนิสต์ตามไปด้วย

                แต่ผมน่ะไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่เป็นแค่ทฤษฎีแบบนั้นหรอก

                ต่อให้ต้องยืนรับแรงปะทะเพียงลำพังโดยไม่มีคุณอเมริกาก็ตาม

*             *             *

                “เป็นยังไงบ้างครับ อเมริกา” ไทยยื่นหน้าเข้าไปดูอเมริกาที่นั่งซึมจ๋อยอยู่ตรงมุมห้องมาหลายวันแล้ว หลังจากพ่ายต่อคุณเวียดนามไม่เป็นท่า

                ชายหนุ่มผมทองหลบหน้าไทยทันที เดี๋ยวนี้เขามองหน้าคนผมดำนาน ๆ โดยไม่ขัดเขินไม่ได้เลย ตั้งแต่ตอนที่เขารู้ซึ้งถึงเสน่ห์ของไทยแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการอะไรเตลิดเปิดเปิงที่มีเขากับไทยอยู่ด้วย แล้วแบบนี้เขาจะมองหน้าไทยได้ยังไงกันเล่า ตอนไปออกศึกยังพอได้ห่างกันบ้าง แต่ตอนนี้สงครามจบ เขาก็ไม่มีข้ออ้างจะหลบไปไหนแล้วด้วย!

                ไทยทำแก้มพองด้วยความงอน ทว่านั่นกลับยิ่งทำให้คนที่แอบเหลือบตามองหัวใจเต้นถี่รัวหนักกว่าเดิม เหงื่อไหลหยดลงมาตามแนวกราม

                “คุณอเมริกาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอเชียขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจขนาดไหน

                อย่าเข้ามาใกล้นักจะได้ไหม เพราะฉันจะ...

                “คุณอเมริกาต้องการอะไรไหมครับ”

                ควบคุมตัวเองไม่ไหว…

                “มีอะไรที่ผมพอช่วยได้บ้างไหม”

                แล้ว

                อัลเฟรดดึงคนร่างเล็กกว่ามาจูบอย่างรวดเร็ว จนไทยไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มผมทองจู่โจมริมฝีปากอีกฝ่ายไม่ยอมยั้งให้สมกับที่กระหายอยากมาเนิ่นนาน และเมื่อไทยขยับตัวจะถอยหนี อเมริกาก็ยิ่งดึงรั้งชายหนุ่มเข้ามาชิดใกล้

                “อื้อ อื้อ” ไทยส่งเสียงประท้วง ทว่าอัลเฟรดกลับฉวยโอกาสสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสความรุ่มร้อนชุ่มชื้นข้างใน จนชายหนุ่มผมดำหายใจแทบไม่ทัน ขณะที่มือใหญ่ก็ลูบไล้สัมผัสไปทั่วตัวของคนร่างเล็กกว่าด้วยความตะกรุมตะกรามอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งหมดเสียเดี๋ยวนี้

                อัลเฟรดไม่ยอมถอนริมฝีปากด้วยเสียดายรสชาติหอมหวานน่าหลงใหล ขณะที่ฝ่ามือซึ่งสัมผัสเพียงเสื้อผ้าก็เริ่มโหยหาสัมผัสของเนื้อหนัง ดังนั้นเมื่อสองมือควานหารอยแยกของกระดุมเจอ จึงดึงกระชากสิ่งที่เป็นอุปสรรคออกไปในทันทีจนกระดุมขาดกระเด็นไม่เป็นทิศเป็นทาง

                “อื้อ!!” ไทยเริ่มร้องเสียงดังด้วยความตกใจ แต่คนตัวใหญ่กว่าไม่อาจหยุดตัวเองได้ เขาโหยหาอยากจะทำแบบนี้และทำอีกหลายอย่างมากกว่านี้ตั้งแต่รู้ตัวในตอนนั้นแล้ว อัลเฟรดไม่รู้ว่าอังกฤษกับฝรั่งเศสมัวทำอะไรอยู่ แต่เขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ไทยมาครอบครอง เขาอยากได้คน ๆ นี้ และก็จะไม่ยอมเสียให้ใคร 

                ถ้าอเมริกาจะต้องเสียไทยให้พวกคอมมิวนิสต์อย่างรัสเซียล่ะก็ เขาก็ขอยึดไทยไว้เป็นของเขาเองดีกว่า

                อัลเฟรดดันไทยลงกับพื้นทั้งที่ริมฝีปากยังประกบอยู่ไม่ปล่อย เขาติดใจและอยากจะดื่มด่ำในรสของไทยอยู่อย่างนี้ ขณะที่สองมือก็ดึงเสื้อที่เกะกะออกไปและโลมไล้เป็นทั่วสรรพางค์กาย จนแน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ได้แตะต้อง แต่อเมริกาก็เริ่มหิวกระหายอยากจะลิ้มรสชาติของผิวเนื้อบ้าง จึงถอนริมฝีปากออกแล้วจูบไล่ข้างแก้มอีกฝ่ายไล่ลงมาที่กรามก่อนเลื้อยลงมาที่ต้นคอพร้อมลากลิ้นร้อนผ่านทิ้งร่องรอยชื้นใสไว้บนผิวของคนร่างเล็กกว่า

                “คุณอเมริกา ยะ...” คนผมทองขยับขึ้นมาประกบริมฝีปากอีกรอบทันที ขณะที่ไถร่างกายส่วนเอวใส่คนด้านล่าง เขาไม่อยากฟังคำปฏิเสธของไทยตอนนี้ ไม่รับฟังคำปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น เขาอยากได้ไทยและเขาก็ต้องได้ อัลเฟรดคิดขณะที่มือก็ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไป

                ไทยกัดริมฝีปากของอเมริกาสุดแรง จนคนผมทองสะดุ้งผละหนีออกมาทันที อัลเฟรดแตะริมฝีปากและรู้สึกได้ว่าเลือดไหลซิบเจ็บไม่เบา

                เมื่ออเมริกาเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าไทยวิ่งตรงดิ่งไปยังประตู จึงรีบตามไปทันที “เดี๋ยว ไทย ฉัน...”

                แต่ไทยไม่ฟังและตรงดิ่งไปเปิดประตูเตรียมจะเผ่นหนีออกไปให้ไกล ทว่าอเมริกาก็รีบวิ่งตามมาปิดประตูเสียงดังทันที

                “ไทย”

                เสียงเรียกนั้นทำให้ไทยสะดุ้งสุดตัวและห่อตัวด้วยความหวาดกลัวจนต้องหลับตาปี๋

                อเมริกานึกละอายใจขึ้นมาที่ทำให้คนผมดำกลัวตัวสั่นถึงเพียงนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาภูมิใจว่าตนเองเป็นฮีโร่ที่คอยช่วยไทยจากการรังแกของอังกฤษกับฝรั่งเศสแท้ ๆ แต่ตอนนี้เขากลับทำแบบพวกนั้นซะเอง

“ทั้งที่อุตส่าห์ไว้ใจให้เข้ามาอยู่ในบ้านผมแท้ ๆ” น้ำเสียงที่ไทยเอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความผิดหวังจนอัลเฟรดชักรู้สึกผิด

       &n