ตอน 1: ไทย-อังกฤษ

หลัง WWII

ในที่สุดสงครามก็จบลงแล้ว แต่อะไรหลายอย่างก็ยังไม่จบลง โดยเฉพาะกับฝ่ายที่ไม่ได้ชัยชนะ ผมเหม่อมองนกที่บินมาเกาะต้นไม้ข้างหน้าต่างห้องทำงาน พักสายตาเหนื่อยล้าจากกองเอกสารนับสิบที่ตั้งกองเบียดกันจนแทบจะล้นโต๊ะ ผมได้ข่าวว่าคุณเยอรมนีถูกแยกจากกัน เป็นเยอรมันตะวันออกและตะวันตก ส่วนคุณญี่ปุ่นก็ยังป่วยหนักเพราะระเบิดปรมาณูสองลูกในสองเมือง ถ้าเทียบผมกับชะตากรรมของพวกเขาแล้ว ความเดือดร้อนของผมก็คงเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย          

"ไทย ทำงานไปถึงไหนแล้ว" อังกฤษหรือสหราชอาณาจักร ผู้มีอีกชื่อว่าอาเธอร์ เคิร์กแลนด์ส่งเสียงทัก เขาเปิดประตูเดินวางมาดเข้ามาในบ้านของผมและถามด้วยน้ำเสียงเจ้านาย ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของบ้าน และผมเป็นเพียงลูกบ้านยังไงยังงั้น

 

แต่ผมก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์ต่อต้านมากนักในตอนนี้ ถึงอเมริกาจะปฏิบัติกับผมในฐานะสหายร่วมรบ และคอยกันท่าไม่ให้อังกฤษมาเอาตัวผมไป แต่ตัวผมในตอนนี้อยู่ในฐานะเสียเปรียบและต้องคอยระวังตัวเอาไว้จนกว่าทุกประเทศจะยอมรับ ผมจึงลุกขึ้นไปเตรียมน้ำชาก่อนนำไปเสิรฟ์ให้ที่ห้องรับแขก ซึ่งชายหนุ่มผมทองนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวยาวรออย่างสบายอารมณ์อยู่แล้ว

 

อาเธอร์ในชุดทหารสีเขียวยิ้ม เขามองดูไทย ชายหนุ่มเอเชียเพียงประเทศเดียวในแถบนี้ที่ยังไม่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ฝรั่งเศสหรือประเทศยุโรปใด ๆ ราวกับชาชั้นเลิศที่เขารอจะได้ลิ้มลอง ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาหรือฝรั่งเศสจะพยายามหาเรื่องไทยยังไง ไทยก็หาทางเลี่ยงสงครามและการตกเป็นเมืองขึ้นไปได้ทุกครา

 

แต่ครั้งนี้ไทยหนีเขาไม่รอดแน่ ไทยเป็นฝ่ายอักษะซึ่งแพ้สงคราม และผู้ชนะเช่นเขาก็มีสิทธิ์เลือกจะทำอะไรกับผู้แพ้ก็ได้

 

ต่อให้เขายอมรับขบวนการเสรีไทยเข้าร่วมรบในกองทัพอังกฤษด้วยก็เหอะ

 

"ผมยังไม่ใช่ผู้แพ้สงครามอย่างเป็นทางการนะครับ เลิกทำเหมือนผมเป็นลูกน้องคุณได้แล้ว" ผมเปรยออกมาเพราะรู้สึกไม่สบายใจกับสายตาที่อังกฤษมองมาเลยสักนิด ผมถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่ง เพราะเห็นแล้วว่าฝ่ายสัมพันธมิตรทำกับเหล่าประเทศผู้แพ้ราวกับแบ่งขนมเค้กกันก็ไม่ปาน

 

"ไทย นายเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ แล้วฝ่ายอักษะก็แพ้ไปแล้ว ฉันก็แค่เลือกนายเป็นของรางวัลผู้ชนะ มันก็เท่านั้น" อังกฤษประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดายิ่ง ราวกับทำเป็นลืมเรื่องที่ผมร่วมรบกับอังกฤษตอนยังมีสงคราม จนผมสงสัยเหลือเกินว่าเขาถือตนเป็นสุภาพบุุรุษตรงไหน

 

"เรื่องเข้าร่วมสงครามน่ะ บอสของผมทำไปโดยไม่ถามผมก่อนต่างหาก แถมจริง ๆ นั่นก็ทำเพราะญี่ปุ่นมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านผมแล้วหรอก"  ผมคิด แถมถือดาบมาด้วยอีกต่างหาก

 

"ถึงอย่างนั้นนายก็ยังยกทัพไปตีเมืองของฉันด้วย ยังจะบอกว่าไม่ใช่ฝ่ายอักษะอีกหรือ ไทย ยอมรับเถอะว่านายเป็นฝ่ายแพ้สงครามแล้ว แล้วก็จงไปทำงานที่บ้านฉันซะดี ๆ" น้ำเสียงอังกฤษเริ่มมีแววขู่

 

"ผมน่ะ ไม่ได้เข้าร่วมสงครามด้วยความสมัครใจนะครับ ช่วงสงครามคุณเองก็รับเสรีไทยเข้าไปร่วมรบด้วยแท้ ๆ อย่าแกล้งลืมสิครับ ขนาดคุณอเมริกายังยอมรับเลยแท้ ๆ ที่สำคัญเมืองที่คุณบอกว่าเป็นเมืองของคุณน่ะ แต่เดิมมันเป็นของผมแต่คุณแย่งไปต่างหาก!!"

 

คิ้วหนาของอาเธอร์ขมวดมุ่น ดวงตาสีเขียวเป็นประกายด้วยความโกรธที่ถูกเปรียบเทียบกับอดีตประเทศอาณานิคมของเขาเอง แถมเจ้านั่นยังเป็นตัวหลักที่คัดค้านไม่ให้เขาเอาไทยมาครอบครองด้วย

 

"แล้วว่าที่บอสคนใหม่ของผมก็เป็นหัวหน้ากลุ่มเสรีไทยด้วย เขากลับมาเป็นบอสอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ผมก็ไม่ใช่ผู้แพ้สงครามแล้วล่ะครับ คุณเองก็คงได้ยินแล้วสินะครับ ว่าเขาใกล้จะกลับมาแล้วด้วย" ผมขยับแว่นพลางหันไปมองนาฬิกาแขวนจนไม่ทันไหวตัวเมื่ออาเธอร์เข้ามาประชิดตัวและผลักเขาล้มหงายลงบนโซฟา

 

"ทะ ทำอะไรน่ะ! คุณอังกฤษ" ผมขยับจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกอังกฤษนั่งคร่อมทับและกดข้อมือลงกับเบาะเสียก่อน

 

"งั้นก่อนว่าที่บอสนาย จะได้เป็นบอสอย่างเป็นทางการ ฉันก็ต้องรีบรวบหัวรวบหางนายให้เป็นของฉันก่อนสินะ" อดีตโจรสลัดยิ้มเหี้ยม

 

"เอ๋!! เอ๋! กะ ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเข้าร่วมกับญี่ปุ่นเพราะถูกบังคับ ไม่ได้สมยอมซักหน่อย"

 

"นึกหรือว่าฉันจะให้นายพล่ามถ่วงเวลาจนบอสนายมาช่วยน่ะ อ้อ แล้วก็นะ...อะไรที่จะใช้เป็นประโยชน์ในการสงครามได้น่ะ ฉันเอาหมดแหละ แต่เมื่อชนะแล้วฉันก็เอาหมดทุกอย่างเหมือนกัน"

 

"แต่ว่าผม... อุ๊บ" อาเธอร์ก้มลงจูบด้วยความชำนิชำนาญ จังหวะที่ผมมัวตกใจจนนิ่งงันไป อาเธอร์ก็ฉวยโอกาสถอดแว่นของเขาออกไปและยิ่งกดริมฝีปากลงมาหนักหน่วงกว่าเดิม

 

ผมพยายามดิ้นรนแต่เพราะอ่อนแรงจากสงครามมหาเอเชียบูรพา ทำให้ไม่มีแรงขัดขืนเหมือนในยามปกติ ทั้งที่ในยามสงบก็แทบจะไม่รอดเงื้อมมือของอังกฤษกับฝรั่งเศสที่เคยรุมเขาพร้อมกันอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นเพราะมีคุณรัสเซียมาช่วยด้วยถึงรอดมาได้จนทุกวันนี้ 

 

หรือว่าครั้งนี้จะไม่รอดพ้นเงื้อมมือของชาติตะวันตกแล้วจริง ๆ นะ

 

"อื้อ อื้อ" ผมพยายามส่งเสียงประท้วง แต่อาเธอร์กลับเห็นเป็นโอกาสสอดลิ้นเข้ามา ทำให้หายใจลำบากยิ่งขึ้น  อาเธอร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้เหนือหัวแล้วตรึงไว้ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาไล้จากข้างแก้มลงมาที่คอเสื้อสีขาวแล้วค่อย ๆ ปลดกระดุมลงมาทีละเม็ด

 

ผมพยายามขยับหนีแต่นั่นกลับยิ่งทำให้อาเธอร์ที่นอนทาบทับลงมาทั้งตัวดูจะยิ่งตื่นเต้นขึ้นและเพิ่มแรงกดลงมา คนผมทองไล่ริมฝีปากลงมาที่กราม ลำคอ แล้วไล่เรื่อยลงมา ผมหอบหายใจแรงทั้งด้วยความตกใจและขาดออกซิเจน

อังกฤษเอามือลูบไล้แผงอกไล่ต่ำลงไป จำได้ว่าไทยเคยตัวใหญ่กว่านี้ก่อนฝรั่งเศสจะแย่งดินแดนของไทยไปได้มากกว่าเขา และนั่นก็เป็นเรื่องที่เขาเจ็บใจมาตลอด

 

ไม่ว่ายังไงทั้งหมดของไทยก็ต้องเป็นของเรา ไม่ให้เจ้าฝรั่งเศสนั่นมันได้ไปอีกหรอก!!

 

"คุณไทย ผมกลับมาแล้ว! ยังปลอดภัยดีอยู่หรือเปล่า!" บอสคนใหม่ของไทยเปิดประตูผางเข้ามา ในมือหอบเอกสารเจรจากับต่างประเทศและเอกสารเข้ารับตำแหน่งหมาด ๆ มาด้วย บอสยืนตะลึงตาค้างเมื่อเห็นว่าไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่น่าหวาดเสียวกับอังกฤษ

 

"คุณอังกฤษครับ กรุณาถอยออกมาจากไทยด้วยครับ ประเทศของผมไม่ใช่ผู้แพ้สงครามแล้วนะครับ" บอสยืนตัวสั่นเทิ้ม อยากจะปรี่เข้าไปชกหน้าอังกฤษเหลือเกินที่มาทำงามหน้ากับคุณไทยของเขาแต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไว้

 

"เชอะ" อาเธอร์ยอมลุกขึ้นแต่ก็ยังเชยคางของไทยขึ้นมาสบตาเขา เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำที่พยายามมองตอบด้วยความนิ่งสงบเท่าที่เขาจะทำได้  "ฟังให้ดีนะ ไทย ถึงนายไม่ยอมเป็นของฉัน นายก็ต้องชดใช้ผลการเข้าร่วมสงครามอยู่ดี เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ" 

 

อาเธอร์กระแทกประตูเสียงดังลั่นจนกำแพงสะเทือน ได้ยินเสียงบ่นดัง ๆ ลอยมา

 

"ไอ้นกสองหัวเอ๊ย ทำไมไม่เป็นฝ่ายอักษะเต็มตัวไปเลยนะ!" อาเธอร์บ่นกระฟัดกระเฟียดด้วยความเจ็บใจที่สุดท้ายก็ไม่อาจเอาไทยไปเป็นของเขาได้ อีกนิดเดียวเองแท้ ๆ  ทั้งที่นี่เป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดที่จะได้ไทยมาครอบครองแล้ว และต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้วด้วย คอยดูนะ จะเรียกร้องค่าเสียหายจากไทยให้อ่วมไปเลย!

 

เมื่อผมแน่ใจแล้วว่าอังกฤษไปแล้วจึงทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง บอสจึงวางเอกสารลงและโอบเขาไว้

 

"โอ๋ ๆ ไทยไม่เป็นไรนะครับ ขวัญเอ๊ย ขวัญมา" บอสปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับปลอบเด็กที่กำลังตกใจกลัว

 

ผมสูดหายใจลึกตั้งสติ พอรู้สึกว่าเสียงหัวใจเต้นเบาลงก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้บอสคนใหม่ "ครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว"

 

ใช่ เขาต้องเข้มแข็ง เขาอาจจะเป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ ท่ามกลางการแย่งชิงแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องสู้ต่อไป

.

.

.

.

.

[หลังจากนั้นอังกฤษก็เรียกร้องสัญญาเพื่อยกเลิกสถานะสงคราม 24 ข้อ 1ในนั้นก็คือต้องส่งข้าว 1.5ล้านตันให้อังกฤษฟรี ๆ คิดเป็นเงินก็ประมาณ 2500 ล้านบาท -_-]

 

อ่านข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมได้ที่

http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/military/usrelation/usrelation3.htm

 

Comment

Comment:

Tweet

ทะ....ทะ.....ท่านทำอะไรท่านอาเธอร์!?!?

ชอบอ่ะ! >w< ชักจิ้นบ้างแล้วสิ อุฮริ้วววว

#2 By 赤い こころ on 2011-07-04 21:40

โอ๊ะ ถึงจะอ่านไปแล้วเเต่ขอแอดบล็อคไว้นะค๊า ฮ่าๆ

#1 By Ailiaine ' on 2011-07-01 19:18