มีช่วง Rate NC-17 ซึ่งจะถมขาวเอาไว้ละกัน ผู้ที่ยังมีวุฒิภาวะไม่ถึงเกณฑ์ก็ข้าม ๆ ไปก่อนละกัน
Pairing: อาเธอร์xไทย
เหตุการณ์เป็นช่วงงานอภิเษกของใครคงไม่ต้องบอกเนอะ ^^
.
.
.
.
.

เหตุเกิดในวันอภิเษก

                ไทยได้รับเชิญให้มาร่วมงานแต่งงานครั้งประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร และเขาก็ตอบรับด้วยความยินดี ใครกันจะไม่อยากไปร่วมงานยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และเขาก็ดีใจมากที่อังกฤษเชิญเขาไปด้วย

                อังกฤษเองก็ดูจะตื่นเต้นมาก แม้จะพยายามทำสีหน้าปกติแต่ก็ไม่อาจซ่อนแววตาเป็นประกาย และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าทุกครั้งที่ชายหนุ่มตาสีเขียวเผลอตัว ไทยดีใจที่ได้เห็นใบหน้าแบบนี้ของอาเธอร์ เครือจักรภพไม่มีข่าวน่ายินดีเช่นนี้มานานมากแล้ว และทุกคนทั่วโลกที่ได้ข่าวก็เฝ้ารอวันพิธีอย่างใจจดใจจ่อ

                เมืองทั้งเมืองห้อมล้อมไปด้วยธงยูเนียนแจ๊ค ทั้งประดับประดาตามอาคารบ้านเรือนมากมาย ทั้งในมือชาวอังกฤษแทบทุกคนซึ่งโบกสะบัดไปมาอย่างคึกคัก แม้แต่ชุดของผู้คนก็เป็นสีธงชาติอังกฤษ หลายคนเตรียมกล้องถ่ายรูปเพื่อบันทึกภาพแห่งวันประวัติศาสตร์ ผู้คนล้วนยิ้มแย้มสดใสและพูดถึงเพียงงานพิธีด้วยความรื่นเริงยินดีและเปี่ยมสุข ราวกับมีความสุขล่องลอยในอากาศโอบล้อมทุกคนที่นั่นเอาไว้ จนไม่มีใครหยุดยิ้มได้

                มีการระดมกำลังตำรวจ ทหารม้ามากมายเพื่อถวายอารักขา ซึ่งในที่สุดพิธีก็จบลงอย่างงดงาม ไม่มีอะไรผิดพลาดติดขัด ไม่มีแม้แต่สายฝนที่ทุกคนกลัวและภาวนากันสุดชีวิตไม่ให้ตก ทำให้รถม้าพระที่นั่งเป็นแบบเปิด ให้ทุกคนได้ชื่นชมเจ้าชายรูปงามและเจ้าหญิงแสนสวยได้เต็มตา ราวกับว่าแม้แต่ฟากฟ้าก็อยากจะร่วมเป็นพยานให้กับพิธีมงคลยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย

                เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนและจับจ้องเพียงงานอภิเษกในวันนี้เท่านั้น

                ช่วงเย็นมีงานเลี้ยงที่พระราชวังบัคกิงแฮม แขกที่มาถึงในงานจะมีคนนำแชมเปญมาเสริฟให้ทันที ไทยในชุดสูทยาวเข้ารูป สีน้ำเงินเข้มเกือบดำ กางเกงลายทางสีเดียวกันถือแก้วแชมเปญและพยายามจิบให้น้อยที่สุด เขาพอดื่มเป็นพิธีได้ก็จริง แต่ก็คอไม่แข็งนัก ขืนเมาในงานใหญ่แบบนี้คงดูไม่ดีแน่

                “แชมเปญนี่ไม่แรงเท่าไหร่หรอก ไม่ต้องกลัวหรอกน่า” เสียงคุ้นเคยทักขึ้นด้านหลัง และเมื่อไทยหันไปก็เห็นเจ้าภาพในชุดเครื่องแบบทหารของสหราชอาณาจักร

                “สวัสดีครับ คุณอังกฤษ” ไทยหันมายิ้มและโค้งให้ “เป็นพิธีที่สวยงามและสมบูรณ์แบบมากเลยนะครับ”

                “อืม ก็ตั้งใจทำเต็มที่นี่ เวลาก็น้อย จนทุกคนงานยุ่งกันเป็นระวิง แต่…” ชายหนุ่มผมทองแม้จะมีท่าทีเหนื่อยไปบ้าง แต่ก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างที่หวังไว้เลย”

                ไทยมองอังกฤษด้วยสายตาชื่นชมแล้วชวนคุยต่อ “ว่าแต่ ไม่เห็นคุณอเมริกาเลยนะครับ ไม่เชิญเขามาหรือครับเนี่ย” ชายหนุ่มเอเชียลองถามดูเพราะเห็นว่าอังกฤษสนิทกับอเมริกามาก

                “งานที่เกี่ยวกับราชวงศ์ ก็ต้องเชิญเฉพาะประเทศที่มีระบอบกษัตริย์สิ อีกอย่าง...ขืนเชิญมาซักประเทศนึง ประเทศอื่นก็คงจะเรียกร้องมาด้วยแน่ เดี๋ยวจะยุ่งไปกันใหญ่”

                “นั่นสินะครับ” ไทยนึกเห็นใจอังกฤษขึ้นมาเลยว่าคงจะเหนื่อยกับการเตรียมงานครั้งนี้มามากเกินพอแล้ว

 

                อังกฤษแกล้งถอนหายใจราวกับว่าเหนื่อย แต่ความจริงแล้วเพราะเขาไม่อยากให้ไทยถามถึงสาเหตุที่เขาไม่เชิญอเมริกาอีก

                ถ้าเป็นงานอื่น เขาก็อาจจะอยากให้อเมริกามาหรอก แต่งานที่นาน ๆ ไทยจะมาร่วมด้วยแบบนี้ ยังไงเขาก็ไม่ให้อเมริกามาเด็ดขาด

                ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่องที่ตอนนี้อเมริกาเกาะไทยติดหนึบไม่ปล่อย ทั้งที่เมื่อก่อนยังเซ้าซี้แล้วก็คอยขัดขวางที่เขากับฝรั่งเศสทำแบบนั้นแท้ ๆ

                ดังนั้นอย่างน้อยงานที่เขาเป็นเจ้าภาพและมีข้ออ้างที่จะไม่เชิญสมบูรณ์พร้อม เขาก็ไม่คิดจะเชิญทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะฝรั่งเศส อเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซีย

                พวกนั้นเอามาก็เป็นตัวเกะกะแผนการของเขาเปล่า ๆ

 

               ไทยยิ้มพลางเอ่ยเอาใจว่า “งั้นต่อจากนี้ก็ถือว่าเป็นเวลาพักผ่อนแล้วสินะครับ”

                อาเธอร์มองคนผมดำนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยตอบว่า “ก็คิดว่าจะให้รางวัลตัวเองเป็นของอร่อยหลังจากนี้อยู่เหมือนกันแหละ”

                ไทยดูสีหน้าอังกฤษแล้วก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงคิดเอาไว้แล้วว่าอยากได้อะไรเป็นรางวัล ซึ่งเขาเดาเอาว่าคงเป็นชารสเลิศสักถ้วยกระมัง ชายหนุ่มผมดำดื่มแชมเปญเข้าไปอีกอึกหนึ่งโดยไม่รู้เลยว่าอังกฤษลอบมองเขาอยู่ตลอด

               หลังจากนั้นมีการดื่มอวยพรกันหลายครั้ง จนชายหนุ่มเอเชียต้องดื่มไปหลายแก้ว ทั้งที่เขาไม่ถนัดเรื่องดื่มน้ำเมามากนัก ถึงกระนั้นก็ไม่คิดว่าจะเริ่มมึนหนักจนสนทนากับใครไม่ใคร่ไหว จนอังกฤษต้องสะกิดว่า “ถ้าไม่ไหวล่ะก็ ไปพักที่ห้องพักของแขกก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะพาไปเอง”

                “ผมก็คิดว่าสงสัยจะดื่มหนักไปแล้วล่ะครับ ออกไปพักที่อื่นก็คงจะดี” ไทยตอบและตามอังกฤษไป เมื่อออกไปนอกห้องแล้วก็ให้อังกฤษประคองแต่โดยดี เพราะเขาเดินเองไม่ไหวแล้ว

               แปลกจัง นี่เขาเมาง่ายขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งที่คุณอังกฤษก็บอกว่าแชมเปญนั่นไม่แรงแท้ ๆ

               “ไกลจังเลยนะครับ ห้องพักแขกเนี่ย” ไทยแอบบ่นอุบอิบ คิดว่าคงเพราะเขาเมาอยู่จึงรู้สึกว่าทางมันช่างไกลเหลือเกิน หารู้ไม่ว่าอังกฤษนั้นลอบยิ้มซ่อนเล่ห์อยู่

                อาเธอร์ประคองชายหนุ่มเอเชียเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง ห้องนั้นกว้างมาก ภายในนั้นมืดด้วยยังไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างสูงเข้ามาในห้อง มีเตียงสี่เสาอยู่ติดกำแพงฟากหนึ่ง อาเธอร์จึงประคองไทยไปนั่งที่นั่น

               ไทยนั่งลงไปบนเตียง แล้วก็หันมองรอบด้านด้วยความสงสัยว่านี่คือห้องอะไร พระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่มาก และหัวสมองที่มึนเมาด้วยฤทธิ์เหล้าของเขาก็นึกไม่ออกเลยว่าเคยเห็นห้องนี้มาก่อนหรือเปล่า

               “นี่เป็นห้องพักผ่อนของแขกน่ะ” อาเธอร์บอกเมื่อเห็นว่าไทยหันซ้ายหันขวาราวกับอยากรู้ “ถอดเสื้อนอกแล้วก็นอนพักก่อนเถอะ ห้องนี้นายพักได้เต็มที่ ไม่มีใครมารบกวนแน่”

               ไทยรู้สึกเหมือนเห็นอังกฤษยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา แต่ก็คิดว่าเขาคงจะมึนมากไปแล้วแน่ ๆ จึงถอดเสื้อนอกและคลายกระดุมคอเสื้อเชิ้ตตัวในออก

               อังกฤษรับเสื้อตัวนอกของไทยไปพับแล้ววางพาดบนเก้าอี้ให้

               ทว่าขณะกำลังนั่งนิ่งด้วยความมึนเมาและยังคิดอยู่ว่าจะขยับไปทางไหน ชายหนุ่มผมทองก็เอื้อมมือทั้งสองมายังคอเสื้อของเขาและค่อย ๆ ปลดกระดุมเรื่อยลงไปจนหมด “ทำอะไรหรือครับ คุณอังกฤษ”

                “ถ้านอนลงไปทั้งอย่างนี้เสื้อมันจะยับหมดนะ” อังกฤษอธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่ง ใบหน้ายิ้มน้อย ๆ เหมือนพูดเรื่องปกติ ขณะที่มือปลดกระดุมแขนเสื้อ แล้วช่วยถอดออกจากตัวของชายหนุ่มผมดำอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะช่วยถอดแว่นตาออกไปวางที่โต๊ะข้างเตียง

                ไทยนั่งนิ่งมองอาเธอร์เคลื่อนไหวด้วยความง่วงมึน เขาพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เจ้าบ้านพูด แต่แอลกอฮอล์ในตัวเขาก็ลำเลียงข้อมูลไปยังสมองด้วยความเร็วอ้อยอิ่งเหลือเกิน ไทยจึงคิดว่าปล่อยให้เจ้าบ้านเป็นคนจัดการโดยดีน่าจะดีที่สุด

                แต่ชายหนุ่มผมดำซึ่งบัดนี้ไร้อาภรณ์ใดปิดท่อนบนแล้ว ก็เริ่มนึกสงสัยขึ้นมาอีกรอบ เมื่อเห็นอาเธอร์หันมาถอดเข็มขัดเขาต่อ “แค่เสื้อไม่พอหรือครับ”

                “ปล่อยไว้มันจะเปื้อนเปล่า ๆ” อังกฤษเงยหน้าขึ้นยิ้มให้แล้วก็ก้มหน้าลงจัดการธุระในมือต่อ ซึ่งไทยรู้เพียงว่ามีอะไรบางอย่างแปลก ๆ แล้วที่อังกฤษบอกว่าจะเปื้อนนี่ เปื้อนอะไรล่ะ

                แต่คิดยังไม่ทันจบกระบวนความ เสียงของอังกฤษก็ดังขัดการทำงานของสมองเขาขึ้นมาก่อน “ยกตัวขึ้นหน่อยสิ ไม่ก็นอนลงไปเลยก็ได้ ฉันจะได้ถอดได้ถนัดหน่อย”

                ไทยรู้สึกชอบคำว่านอนมากกว่าจึงทิ้งตัวลงอย่างว่าง่าย รู้สึกหัวสมองยิ่งมึนหนักเมื่อดิ่งวูบลงกระทบผ้าห่มนุ่ม ๆ เร็วเกินไป จนชายหนุ่มกุมขมับด้วยความปวดหัว เมื่อเห็นว่าอาเธอร์หันไปทางเก้าอี้ที่พาดเสื้อไว้แล้ว ไทยจึงกระถดตัวขึ้นมานอนในท่าที่สบายขึ้น

                เขาจึงเพิ่งรู้สึกตัวตอนนั้นเองว่าบัดนี้ตนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยสักชิ้น!

               "ประมาทจริง ๆ เลยนะ คิดว่านี่ไม่ใช่ยุคล่าอาณานิคมแล้ว ฉันจะไม่หวังอะไรในตัวนายงั้นหรือ" อังกฤษปลดกระดุมชุดทหารออกอย่างรวดเร็ว "แต่ก็นั่นแหละ เพราะเมื่อก่อนนายระวังตัวแจ ฉันถึงไม่เคยเอานายมาครอบครองได้สำเร็จเสียที"

                ไทยสะดุ้งโหยงและขยับจะลุกขึ้น ทว่าก็ถูกอาเธอร์โถมตัวเข้าใส่ ชายหนุ่มผมทองคว้าข้อมือที่อ่อนแรงทั้งสองข้างหงายลงข้างศีรษะของไทยทันที

                “แหม ว่าจะเล่นกับนายอีกสักหน่อยอยู่เชียว แต่ก็ดี ฉันก็ไม่อยากรอนานไปกว่านี้อีกต่อไปแล้ว” อาเธอร์ขยับตัวลงทาบทับร่างเปล่าเปลือยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ที่สำคัญนายที่นอนอยู่บนเตียงของฉันในชุดวันเกิดน่ะ น่ากินจริง ๆ”

                สมกับเป็นประเทศที่เขาอยากได้มาตลอดหลายร้อยปี

                “พูดอะ...” ไทยพูดไม่จบเมื่ออังกฤษก้มลงประทับริมฝีปากทันที มือข้างหนึ่งขยับขึ้นมากอบกุมใบหน้าเพื่อให้รับจูบจากเขาให้ได้ลึกซึ้งที่สุด

               อาเธอร์กวาดปลายลิ้นแตะเรียวปากของอีกฝ่าย และเมื่อไทยเผลอเผยอปาก อังกฤษก็ฉวยโอกาสรุกล้ำเข้าไป พอเครื่องมือรับรสเปียกชื้นสอดใส่เข้าไปแล้ว ลิ้นร้อนก็สำรวจดินแดนลึกลับจนถ้วนทั่ว รับรู้ได้ถึงรสหวานล้ำเจือด้วยกลิ่นเหล้า ชายหนุ่มผมดำส่งเสียงครางในลำคอเมื่อเขาสัมผัสถูกจุด เนื้อตัวบิดเร่าจนเสียดสีร่างกายของเขาโดยไม่รู้ตัว

               คนผมทองแทบจะสูญเสียการควบคุมตนเอง เขาถอนริมฝีปากแล้วซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ข้างแก้มของไทย ก่อนไล้ลิ้นร้อนที่ใบหูนำความรู้สึกเสียวซ่านมาสู่ฝ่ายที่ถูกกระทำจนส่งเสียงออกมาเบา ๆ

                ชายหนุ่มเอเชียพยายามบิดกายหนี พลางใช้มือข้างที่เป็นอิสระผลักดันอาเธอร์ซึ่งสวมวิญญาณหมาป่าออกไป ทว่าก็ไร้ผลเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาแทบควบคุมร่างกายไม่ได้เลย เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ขัดขืนก็พลอยมลายไปสิ้น

               บัดนี้ไทยรับรู้แล้วว่าจูบของอังกฤษกับแอลกอฮอล์เป็นสองสิ่งที่ไม่ควรนำมาผสมกันเด็ดขาด เพราะมันแรงเกินไปสำหรับเขา ทำให้ตอนนี้เขาเมามายด้วยรสจูบเสียจนนึกอะไรไม่ออกเลย รู้สึกเพียงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร่าให้พลุ่งพล่านขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบละลายลงไปเดี๋ยวนี้

                ส่วนอังกฤษนั้นไม่ได้เมาอะไรอื่นเลยนอกจากคนที่กำลังลูบไล้สัมผัสอยู่ เมาทั้งรสสัมผัสผิวกายที่เนียนนุ่มกว่าชาวยุโรป เมาทั้งกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้เมืองร้อน เมาทั้งรสหวานละมุนประหลาดล้ำราวผลไม้ที่ไม่อาจหาได้ในบ้านเขา เมาทั้งเสียงครางแห่งความสุขที่คนผมดำไม่รู้ตัวเลยว่าเปล่งออกมา

               ใช่ เขาไม่ได้เมาเหล้าเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ลิมิตของตนเองดี แต่ขยันเชียร์ให้ไทยดื่มมากขึ้นแบบเนียน ๆ ตามประสาสายลับ เช่นให้พนักงานเสริฟขยันไปเปลี่ยนแก้วใหม่ให้ แถมยังสลับเป็นเหล้าแรง ๆ แทนแชมเปญด้วย

               ก็พนักงานเสริฟพวกนั้นเป็นถึงสายลับ MI6 ที่แฝงตัวมาคุ้มกันนี่นา เรื่องแค่นี้ทำได้ง่าย ๆ สบายอยู่แล้ว

                แถมนี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาขอเป็นรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากตลอดหลายเดือนมานี้ด้วย

               ไทยพยายามยันกายขึ้น แต่ร่างกายข